COMMUNICA INSTITUTE -Japanese Language School in Kobe-

ปรัชญา


"Communica" คืออะไร? —ปณิธานในการก่อตั้ง

“Communica Institute” ชื่อนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Communicatio : แบ่งปัน ซึ่งหมายถึง การสื่อสาร หรือ”Communication”
คำว่า “แบ่งปัน” ในที่นี้ไม่ใช่การแบ่งปันสิ่งของ แต่หมายถึง การแบ่งปัน สิ่งที่ทุกคนมีอยู่กับตัว แต่ปกติไม่ค่อยได้คำนึงถึง คือ “วิถีการดำเนินชีวิตที่มีร่วมกัน” เช่น ค่านิยม ความคิด แบบแผนปฏิบัติ

มุ่งหวังอะไร? ปรัชญาการศึกษา

พฤติกรรมหรือความคิดของพวกเราส่วนใหญ่จะถูกกำหนดโดยอิทธิพลทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย แต่การที่อยู่แต่ภายในกรอบของตัวเอง จะทำให้ไม่สามารถสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมได้ “คอมมิวนิกากักคุอิน” ตระหนักถึงความสำคัญของ แนวคิด ค่านิยม ซึ่งก็คือ “วัฒนธรรม” ที่เหมือนอากาศซึ่งเราไม่ค่อยได้ใส่ใจแล้วนำมาแบ่งปันกัน โดยมุ่งหวังที่จะให้ทุกคนให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรม” ของตนเอง และในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะสร้างค่านิยมใหม่ ๆ นอกกรอบวัฒนธรรมเดิมได้ด้วย และสถาบันของเราคือผู้ที่จะปูพื้นฐานไปสู่เป้าหมายนั้น ที่ “คอมมิวนิกากักคุอิน” จะไม่เรียนภาษาญี่ปุ่นในฐานะที่เป็นภาษา แนวทางการดำเนินการสอนภาษาญี่ปุ่นของเรา คือ เป็นการสอนภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างวัฒนธรรม

เรียนอย่างไร? —แนวทางการเรียนการสอน

:“จงรู้จักตัวเอง”

คำนี้เดิมทีเป็นคำที่จารึกอยู่ในวิหารแห่งเทพอพอลโล ซึ่งที่“คอมมิวนิกากักคุอิน”มีนโนบายตามตัวอักษรนี้คือ มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่ต้องการให้ทุกคนได้รู้จักกับตัวตนของตัวเอง มนุษย์เรามักจะตั้งใจเรียนภาษาและขนบประเพณี แต่มักไม่ค่อยใส่ใจกับวัฒนธรรมภายในตนเองแต่ถ้าไม่รู้จักตนเองก็จะไม่มีทางรู้จักผู้อื่นด้วย เรามาร่วมกันค้นหา “?(ปริศนา)” ภายในของพวกเราด้วยกัน

:“จงรู้ให้จริง”

นี่เป็นคำที่จารึกอยู่ในพระธรรมคำสั่งสอนในศาสนาพุธ พูดง่าย ๆ ก็คือ จงลองลงมือทำดูก่อนไม่ใช่เพียงแค่อ่านและคิดเท่านั้น จงเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และประสาทสัมผัสทั้งห้า เผชิญหน้า ลองทำ แล้วตรึกตรองในสิ่งนั้น ต้องเริ่มลงมือทำก่อนจึงจะเกิดสิ่งใหม่ ๆ ตามมา

เรียนอะไรบ้าง? —สาระการเรียนรู้

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษาญี่ปุ่นคือ การสร้างทักษะการสื่อสารที่สามารถถ่ายทอด “ตัวตนอย่างที่เราเป็น” ให้ได้ ในขั้นต้นจึงไม่ใช่เรียนแต่สำนวนที่ปรากฎในตำราเท่านั้น แต่จะสอนให้ถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการพูดในรูปแบบของตนได้ด้วย ขณะเดียวกัน ก็อบรมเรื่อง “ความเหมาะสม” ซึ่งประกอบด้วย “ความถูกต้อง(ในแง่ไวยากรณ์)” และ “ความลื่นไหล(ในแง่ของเสียง)” ควบคู่กันไป

top